สาระน่ารู้

ชิมช้อปใช้

ชิมช้อปใช้

ชิมช้อปใช้

ชิมช้อปใช้ มาตรการส่งเสริมการบริโภค ในประเทศ “ชิมช้อปใช้” สำหรับผู้ลงทะเบียนในเฟส 3 จะได้รับเฉพาะสิทธิ เงินคืน 15%-20% เท่านั้น
เริ่มลงทะเบียนเฟส 3 ตั้งแต่วันที่ 14-15 พฤศจิกายน 2562 จำนวน 750,000 คนต่อวัน (2 รอบ เวลา 6.00 น. และ 18.00 น.) EPIC WIN
พิเศษ สำหรับวันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2562 ลงทะเบียนเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป จำนวน 500,000 คน (รอบเดียว เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป)

เงื่อนไขการเข้าร่วมมาตรการ

1. เป็นบุคคลสัญชาติไทย มีบัตรประจำตัวประชาชน
2. มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
3. มีโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนที่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตและมีอีเมล

ใช้จ่าย สะดวก ปลอดภัยผ่าน “เป๋าตัง” (G-Wallet)

สิทธิต่อที่ 1 : รับเงินสนับสนุน 1,000 บาท* (เฉพาะผู้ลงทะเบียนในเฟส 1 และ 2)
สิทธิต่อที่ 2 : รับเงินชดเชยคืน 15%-20%
(สูงสุด 8,500 บาท) เมื่อเติมเงินเข้า G-Wallet และใช้จ่ายได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงจังหวัดตามทะเบียนบ้าน (สำหรับผู้ลงทะเบียนทุกเฟส)
แบ่งเป็น JOKER GAME
15% สำหรับยอดใช้จ่ายสะสมไม่เกิน 30,000 บาท
20% สำหรับยอดใช้จ่ายสะสมส่วน 30,000 ถึง 50,000 บาท

ใช้แอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ชำระค่าสินค้าและบริการ
ชำระค่าสินค้าและบริการได้เฉพาะกับร้านค้าที่ใช้แอปพลิเคชั่น “ถุงเงิน” เท่านั้น
ใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 27 ก.ย. 62 – 31 ม.ค. 63
รับเงินคืน เข้า G-Wallet ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (เริ่มจ่ายเงินคืน ตั้งแต่ เดือน ธ.ค. 62 ถึง ก.พ. 63)

สาเหตุอะไรที่มาตรการ “ชิมช้อปใช้” ที่เป็นกระแสฮิตติดลมบน แต่กลับไม่สามารถแผลงฤทธิ์กระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างที่รัฐบาลฝันไว้

โดย…เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

ชิมช้อปใช้

มาตรการ “ชิมช้อปใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลถือว่าสร้างกระแสให้เศรษฐกิจไทยที่อยู่ในภาวะชะลอตัวมีความคึกคักมากขึ้น ตั้งแต่การเปิดลงทะเบียนมาตรการ “ชิมช้อปใช้” เฟส 1 ปลายเดือน ก.ย. 2562 จำนวน 10 ล้านคน ได้รับการตอบอย่างล้นหลาม

การลงทะเบียนถูกออกแบบให้ลงทางออนไลน์ผ่านเว็บชิมช้อปใช้” วันละ 1 ล้านคน เริ่มต้นตั้งหลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป จากเดิมที่คาดว่าจะมีคนมาลงทะเบียนวันละ 5 แสนคน

แต่ปรากฏว่าการลงทะเบียนเต็ม 1 ล้านคน ตั้งแต่วันแรกที่ให้เปิดจอง และแต่ละวันละใช้เวลาลงทะเบียนไม่เกิน 03.00 น. หรือ ตีสามเท่านั้น เรียกได้ว่าคนเป็นล้านอดรับอดนอนเพื่อให้ได้สิทธิ์มาตรการชิมช้อปใช้” EPICWIN

แม้ว่า จะมีปัญหาการลงทะเบียนไม่ได้ ระบบหน่วงล่าช้า การโหลดแอปเป๋าตัง และการพิสูจน์ตัวตนจะมีปัญหาติดขัด แต่ปัญหาดังกล่าวกลับเป็นกระแสให้มาตรการ “ชิมช้อปใช้ได้รับความสนใจมากขึ้นจนติดลมบน

สำหรับสิทธิ์จากมาตรการ “ชิมช้อปใช้คือการได้วงเงินเป๋าตัง 1 จำนวน 1,000 บาท เพื่อท่องเที่ยวในจังหวัดที่ลงทะเบียนไว้เท่านั้น และ สิทธิ์เป๋าตัง 2 ด้วยการเติมเงินใส่แอปเพื่อใช้ซื้อสินค้าได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาท ได้เงินคืน 15% หรือ 4,500 บาท ในทุกจังหวัดยกเว้นจังหวัดที่ตัวเองอยู่

สำหรับร้านค้าที่ต้องมีแอปถุงเงินจากเดิมที่มีน้อย รัฐบาลก็ได้ไปชักชวนร้านชิมช้อปใช้เข้าโครงการได้กว่า 1 แสนร้านค้า เพื่อให้มีจำนวนมากพอที่คน 10 ล้านคนจะไปใช้จ่ายซื้อสินค้า

อย่างไรก็ตาม เมื่อเริ่มมีการใช้เงินจ่ายจริง ปรากฎว่า ผู้ได้สิทธิ์ใช้แต่วงเงินในแต่ในเป๋าตัง 1 เท่านั้น แต่เป๋าตัง 2 ที่ต้องเติมเงินเอง เพื่อซื้อสินค้าปรากฎว่ามีคนใช้น้อยมาก

มาตรการชิมช้อปใช้ในเฟส 1 จำนวน 10 ล้านคน ปรากฎว่ามีการใช้จ่ายจริงประมาณ 9,000 ล้านบาท ทั้งหมดส่วนใหญ่เป็นวงเงินในเป๋าตัง 1 ส่วนเป๋าตัง 2 มีคนอยู่เป็นวงเงิน 200-300 ล้านบาทเท่านั้น

เมื่อเป็นเช่นนี้ความหวังที่จะให้มาตรการชิมช้อปใช้” กระตุ้นเศรษฐกิจก็ล้มเหลว เพราะการออกแบบมาตรการ “ชิมช้อปใช้สำหรับวงเงินเป๋าตัง 1 เป็นแค่แรงจูงใจคนออกไปเที่ยวเท่านั้น ส่วนเป๋าตัง 2 ถือเป็นเม็ดเงินสำคัญที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ

เพราะหากดูเม็ดเงินจากเป๋าเงิน 1 มีจำนวน 1 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ไม่มาก แต่ในเป๋าตัง 2 หากทุกคนใช้เงินเต็ม 3 หมื่นบาททุกคน จะมีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพิ่มเติมถึง 3 แสนล้านบาท คลิก

อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องยากที่ทุกคนจะใช้เงินเป๋าตัง 2 หมดทุกคน จึงได้มีการคาดการณ์ไว้ว่า จะมีคนใช้เงินในเป๋าตัง 2 จำนวน 6 หมื่นล้านบาท โดยรัฐบาลเตรียมวงเงินไว้ 9,000 ล้านบาท เพื่อคืน 15% ให้กับผู้ใช้จ่าย เพียงเท่านี้ก็ทำให้กระตุ้นเศรษฐกิจขยายตัวได้เพิ่มขึ้นได้ 0.2-0.3% แล้ว

ชิมช้อปใช้

แต่ความเป็นจริงปรากฎว่า มีคนใช้เงินในเป๋า 2 เข็นไม่ขึ้น ทำให้รัฐบาลต้องออกมาตรการ “ชิมช้อปใช้เฟส 2 เมื่อปลายเดือน ต.ค. ที่ผ่านมาเพื่อเลี้ยงกระแสมาตรการนี้ไม่ให้ตก โดยเปิดรับลงทะเบียนอีก 3 ล้านคน ให้แรงจูงใจเพิ่มในเป๋าตัง 2 ในส่วนที่ใช้เกิน 3 หมื่นบาท แต่ไม่เกิน 5 หมื่นบาท จะได้เงินคืน 20% หรือ 4,000 บาท

เมื่อรวมกับวงเงินที่ใช้ 3 หมื่นบาทแรก ได้เงินคืน 15% หรือ 4,500 บาท จะทำให้ได้เงินคืนสูงถึง 8,500 บาท รวมถึงมีการขยายเวลาของมาตรการชิมช้อปใช้” จากสิ้นเดือน พ.ย. ไปจนถึงสิ้นเดือน ธ.ค. 2562 โดยหวังว่าแรงจูงใจที่ให้เพิ่มจะให้เป๋าตัง 2 ทำงาน

แต่ทุกอย่างอย่างเหมือนเดิม ประชาชนยังแห่ลงทะเบียนแค่ 3 วัน เต็ม 3 ล้านคน คนที่ได้สิทธิ์ยังใช้แต่เป๋าตัง 1 ไม่ใช้เป๋าตัง 2

ยอดการใช้จ่ายมาตรการ “ชิมช้อปใช้ล่าสุด 10,667 ล้านบาท แบ่งเป็นร้านชิม 1,460 ล้านบาท ร้านช้อป 6,171 ล้านบาท ร้านใช้ 141 ล้านบาท และร้านค้าทั่วไป 2,893 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเงินในเป๋าตัง 2 หลักไม่กี่ร้อยล้านบาทเหมือนเดิม

เมื่อมาถึงทางตัน รัฐบาลไม่มีทางเลือก จึงมีการแย้มออกมาว่าจะมีมาตรการ “ชิมช้อปใช้” เฟส 3 โดยจะสรุปให้ได้ภายในเดือนนี้ ซึ่งในความเป็นจริงไม่ต้องรอถึงเดือนก็สรุปได้แล้วว่า มาตรการ “ชิมช้อปใช้” ล้มเหลวในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเป๋าเงิน 2 ไม่ทำงาน

การมีมาตรการ “ชิมช้อปใช้” เฟส 3 ก็ประเมินได้ไม่ยากว่าจะล้มเหลวอะไรไม่ต่างกับเฟส 1 และ 2 ที่เห็นและเป็นอยู่ เพราะประชาชนเกิดการเสพติดของฟรีจากรัฐบาล รวมถึงจับทางรัฐบาลได้ว่าเข้ามุมอับต้องทำทุกอย่างเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เมื่อกระเป๋าตัง 2 ไม่ทำงาน ก็หนีไม่พ้นแจกเงินเพิ่มในเป๋าตัง 1 โดยการเปิดมาตรการ “ชิมช้อปใช้” เฟส 3 4 5 6 ….

มาถึงวันนี้รัฐบาลอาจจะต้องยอมรับว่า การโหนแต่กระแสมาตรการ “ชิมช้อปใช้” อย่างเดียวใช้กระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้ เพราะผลที่ออกมาถือว่าคว้าน้ำเหลว ยิ่งขยายมาตรการ “ชิมช้อปใช้” ไปมากเฟสเท่าไร รัฐบาลยิ่งกระตุ้นเศรษฐกิจเหลวมากขึ้นเท่านั้น

EPICWIN,โปรโมชั่น,รีวิวเกม,เกม,สาระน่ารู้

Last Update : 27 กันยายน 2020 (ข้อมูลล่าสุดปี 2020)